รัฐบาลเกาหลีใต้แจ้งความ หลังเอ็นจีโอยังส่งของข้ามแดน

news

กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้แจ้งความเอาเรื่องหน่วยงานอิสระ 2 แห่งที่เป็นของกลุ่มชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ ฐานละเมิดกฎหมายด้วยการส่งใบปลิวและสิ่งของข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลเปียงยางประณามอย่างหนัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ว่ากระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี เรื่องการส่งเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความกับสำนักงานตรำวจกรุงโซล เพื่อขอให้มีการตรวจสอบองค์กรอิสระ 2 แห่ง ที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ คือ “นักสู้เพื่อเกาหลีเหนือที่เป็นอิสระ” และ “กึมเซม” ฐานส่งบอลลูนบรรจุใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาลเปียงยาง
 
แม้มีหลายครั้งที่องค์กรทั้งสองแห่งยังส่งขวดพลาสติกบรรจุข้าวสารและยารักษาโรค ให้ลอยข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีเหนือด้วย แต่รัฐบาลเกาหลีใต้กล่าวว่าการดำเนินการที่ไม่ขออนุญาตก่อน ถือเป็นการละเมิดกฎหมายการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างเกาหลี และอาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัยการเดินอากาศด้วย ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขององค์กรทั้งสองแห่งด้วย
 
อย่างไรก็ตาม นายปาร์ค จุง-โอ ผู้อำนวยการของกึมเซม ซึ่งเป็นชาวเกาหลีเหนือลี้ภัยมายังเกาหลีใต้เมื่อปี 2543 กล่าวว่ามีแผนการเตรียมส่งขวดพลาสติก “หลายร้อยใบ” ที่ภายในบรรจุข้าวสาร ยารักษาโรค และหน้ากากอนามัยให้ลอยข้ามพรมแดนในสัปดาห์หน้า ส่วนองค์กรนักสู้เพื่อเกาหลีเหนือที่เป็นอิสระยืนยันมีแผนส่งบอลลูนบรรจุใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาลเปียงยางในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย แต่ยังไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
 
เมื่อมีการซักถามกลับไปยังรัฐบาลเกาหลีใต้ว่า เพราะเหตุใดจึงเลือกแจ้งความเฉพาะ 2 องค์กรนี้ แหล่งข่าวในกระทรวงรวมชาติตอบว่า นอกเหนือจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ประชาชนและเทศบาลของเมืองตามแนวชายแดนร้องเรียนมายังส่วนกลางเกี่ยวกับทั้งสององค์กรมากที่สุด และยืนยันว่าภาครัฐกำลังจัดทำกฎหมายเพื่อควบคุมเรื่องนี้ด้วย เรียกเสียงวิจารณ์จากฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ ว่าประธานาธิบดีมุน แจ-อิน “ล้มเหลว” ในการลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของชาวเกาหลีเหนือ

อนึ่ง เกาหลีเหนือเดินหน้าโจมตีเกาหลีใต้อย่างหนักตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับการส่งบอลลูนบรรจุใบปลิว และการส่งสิ่งของอื่นลอบข้ามพรมแดน ก่อนที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมารัฐบาลเปียงยางเรียกรัฐบาลโซลว่า “ศัตรูก็คือศัตรูอยู่วันยังค่ำ” แล้วปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารทั้งหมดตั้งแต่บัดนั้น