10 เส้นทางเทรคกิ้งที่ดีที่สุดในโลก

World News

เส้นทางเทรคกิ้งสุดคลาสสิกทั้ง 10 เส้นทางนี้ ได้รับการกล่าวขานกันปากต่อปากในหมู่นักเดินทางสายลุยว่าเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดในโลก สิ่งที่สำคัญคือเหล่านักเทรคกิ้งที่ตั้งใจจะไปตามรอย ทุกคนต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง และการเตรียมพร้อมร่างกายที่ดีมากพอ สำหรับประสบการณ์ชีวิตสุดล้ำค่านี้

1.GR20, France

เส้นทางนี้ใช้เวลา 15 วัน รวมระยะทาง 168 กิโลเมตร ผ่านคอร์ซิกา ซึ่งเป็นหนึ่งตำนานความหลากหลายของภูมิประเทศที่เหล่านักเดินป่าจะก้าวลัดเลาะไป มีป่าหินปูนดวงจันทร์ หลุมอุกกาบาตที่มีลมพัดแรง ทะเลสาบน้ำแข็ง ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ที่ราบและแนวน้ำแข็งที่เกิดจากหิมะ แต่มันค่อนข้างท้าทายมาก ๆ เพราะบางจุดนั้นเป็นหินและสูงชัน รวมถึงสะพานที่ง่อนแง่น และหินที่ลื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก GR20 สร้างขึ้นในปี 1972 เชื่อมโยง Calenzana ใน Balagne กับ Conca ทางเหนือของ Porto Vecchio

2.Inca Trail, Peru

เส้นทางโบราณระยะทาง 33 กิโลเมตร มุ่งหน้าไปยังป้อมปราการบนยอดเขาของ Machu Picchu เริ่มต้นที่ Sacred Valley ผ่านทางเดินคดเคี้ยวขึ้นและลง มองเห็นยอดภูเขาสีขาวปลายแหลมและป่าเมฆสูง Hiram Bingham ค้นพบเส้นทางนี้ในปี 1911 นับตั้งแต่นั้นมา เหล่านักเดินทางไกลหลายล้านคนก็แห่กันไปชม ‘เมืองสาบสูญแห่งอินคา’ จนในปี 2018 ก็เริ่มมีการจำกัดจำนวนนักเดินป่าให้อยู่ที่วันละ 200 คน และต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น ทำให้บรรยากาศของเมืองโบราณกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

3. Pays Dogon, Mali

‘ดินแดนของชาว Dogon’ เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่น่าทึ่งที่สุดของแอฟริกา เส้นทางนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 วัน ลัดเลาะไปตามหน้าผาที่สูงชันของ Bandiagara หมู่บ้าน Dogon ที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามหน้าผาจัดเป็นไฮไลต์พิเศษของการเดินทาง Dogon เป็นที่รู้จักในประเพณีเต้นสวมหน้ากาก

4. Everest Base Camp, Nepal

ความสูง 5,545 เมตร นักเดินทางสามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าพวกเขายืนอยู่ที่ฐานของภูเขาที่สูงที่สุดในโลก จึงไม่แปลกที่เส้นทางนี้จะได้รับความนิยมอย่างมหาศาล การจะเดินไปถึงจุดหมายนั้นใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ นับเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าด้วยทัศนียภาพสุดตระการตา แต่ด้วยความสูงขนาดนี้อาจจะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ และต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัวให้คุ้นเคยกับความสูงและการเดินข้ามหุบเขา

5. Indian Himalayas, India

ถ้าคุณต้องการความเงียบสงบและโดดเดี่ยวให้ลองเดินป่าในรัฐหิมาจัลของอินเดีย แต่ถ้าอยากเดินทางไกลและความท้าทาย ก็ลองเดินไปตามแนวยอดเขาเป็นเวลา 24 วันจาก Spiti ถึง Ladakh เส้นทางนี้เป็นการเดินทางตามรอยเส้นทางการค้าโบราณ ภูมิประเทศบนที่สูงตระหง่าน ทำให้ Rudyard Kipling ถึงกับร้องอุทานออกมาเลยว่า “พระเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่ มันไม่ใช่ที่สำหรับมนุษย์”

6. Routeburn Track, New Zealand

ชมทิวทัศน์อันงดงามของเกาะตอนใต้ของนิวซีแลนด์ กินเวลาสามวัน เป็นระยะทาง 32 กิโลเมตร ลัดเลาะไปตามแนวฐานของเทือกเขาแอลป์ จะผ่านอุทยานแห่งชาติสองแห่งคือ Fiordland และ Mt Aspiring ไฮไลต์รวมถึงวิวจาก Harris Saddle และบนยอดเนิน Conical จะมองเห็นคลื่นซัดสาดบนชายหาดที่อยู่ไกลออกไป

7. Overland Track, Australia

พื้นที่รกร้างว่างเปล่าในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของแทสเมเนีย เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่ายอดนิยม มีระยะทาง 80 กิโลเมตร เดินไปตามทางระหว่างภูเขา Cradle และ Lake St Clair ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดธรรมชาติที่ลึกที่สุดของออสเตรเลีย เส้นทางที่กำหนดไว้อย่างดี ทอดผ่านภูเขาหิน ทะเลสาบ ธารน้ำแข็ง ป่าไม้ และทุ่งกว้าง ถ้าใครต้องการความท้าทายมากกว่านี้ก็สามารถเลือกเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยัง Mt Ossa ยอดเขาที่สูงที่สุดในแทสมาเนีย (1,617 เมตร)

8. The Narrows, USA

การเดินทางระยะทาง 26 กิโลเมตร ผ่านหุบเขาอันน่าทึ่งซึ่งถูกแม่น้ำเวอร์จิ้นกัดเซาะมาหลายศตวรรษ Narrows ในอุทยานแห่งชาติ Zion เป็นเส้นทางที่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะเป็นเส้นทางแบบผสมคือมีทั้งช่วงที่ต้องเดินและบางช่วงก็ต้องว่ายน้ำ การปีนเขาสามารถทำได้ภายในหนึ่งวัน บางคนที่มาก็เลือกที่จะไปเดินเส้นทางชมสวนลอยและน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่ให้บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวผ่อนคลายมากกว่า

9. The Haute Route, France-Switzerland

เส้นทางจาก Chamonix ในฝรั่งเศสผ่าน Valais ทางใต้ถึง Zermatt ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ลัดเลาะไปตามประเทศที่สูงที่สุดและงดงามที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ส่วนเส้นทาง Summer Haute Route ที่มีทางเดินแตกต่างจากเส้นทาง skitouring ในฤดูหนาว จะใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ เส้นทางนี้มีจุดเรียกเสียงหอบเยอะมาก ๆ เพราะฉะนั้นนักเดินทางต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อน

10. Baltoro Glacier & K2, Pakistan

ทางเดินอันหนาวเหน็บและได้ชื่อว่าท้าทายที่สุดในโลกนี้ นำนักเดินทางไปสู่ยอดเขาสุดยิ่งใหญ่ของ K2 บนความสูง 8,611 เมตร ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับสองของโลก การเดินทางในปากีสถานนี้เริ่มต้นด้วยเส้นทางเลียบแม่น้ำที่แข็งจนเป็นน้ำแข็ง ผ่านธารน้ำแข็ง Baltoro เข้าสู่ภูเขาหินเสี้ยมแบบปิรามิด รวมถึงยอดเขาสูงต่าง ๆ ทั้ง Paiju (6,610 เมตร), Uli Biaho (6,417 เมตร), Great Trango Tower (6,286เมตร) จนถึง K2 การสำรวจเส้นทางที่นี่จะต้องไปกับบริษัททัวร์ที่จดทะเบียนแล้วเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย